กฤษณาสอนน้องคำฉันท์

กฤษณาสอนน้องคำฉันท์
ประวัติ กฤษณาสอนน้องคำฉันท์ ฉบับพระภิกษุอินท์ และพระยาราชสุภาวดี มีประวัติของหนังสือกล่าวว่า “หอพระสมุด ซึ่งเมื่อ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2450” เป็นสมุดไทดำ เส้นรง 1 เล่ม หนังสือเล่มนี้แต่งเป็นกาพย์ ตอนท้ายของหนังสือมีข้อความว่า

“เชิญเอาชิโนรส        พระนามอินทนิพนธ์”

จากข้อความนี้ทำให้เชื่อว่า ผู้แต่งกฤษณาสอนน้องเป็นกาพย์นี้ คือพระภิกษุอินท์ ชาวนครศรีธรรมราช ซึ่งสันนิษฐานว่า แต่งระหว่าง พ.ศ. 2312-2319 ซึ่งเป็นระยะเวลาที่พระยาสุภาวดีรับราชการอยู่ที่นครฯ พระยาราชสุภาวดีอาจแต่งตอนต้น พระภิกษุอินท์แต่งต่อตอนปลาย หรือพระภิกษุอินท์อาจแต่งตามคำอาราธนาของพระยาสุภาวดี
จากเนื้อหาปรากฏชัดว่า สำนวนแต่งตอนต้นอ่อนกว่าตอนท้าย จึงทำให้เข้าใจกันไปว่า พระยาราชสุภาวดีมีฝีปากด้อยกว่าพระภิกษุอินท์ หรือพระยาราชสุภาวดีคงถนัดแต่งกาพย์มากกว่าฉันท์ ตอนต้นจึงเป็น กาพย์หมด และเข้าใจว่าพระภิกษุอินท์เป็นกวีที่มีชื่อของเมืองนครฯ มีฝีปากคมคาย จึงทิ้งท้ายด้วยความมั่นใจตามแบบของกวีชั้นครูว่า

เสร็จสารสฤษดิ์อนุสนธิ์        วรจรประจงฉันท์
ลำนำพฤทธิคณอัน            นุประกอบยุบลกลอน

แต่งตามวดตไทยวรา            ก็เสนาะสถาวร
เอกโท ครุลหุสอน            กุลบุตรพึงผล

เค้าที่มาของกฤษณาสอนน้อง มีข้อสันนิษฐานดังนี้คือ
1. เรื่องกฤษณาสอนน้องนี้ เดิมเข้าใจว่าเป็นเรื่องในภาษาบาลี จนเมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ทรงค้นคว้าที่มา และทรงพระราชนิพนธ์ “วินิจฉัยเรื่องกฤษณาสอนน้อง” ขึ้นไว้ว่า เรื่องกฤษณาสอนน้อง เป็นเรื่องที่มาจากคัมภีร์มหาภารตะ ตอนวนบรรพ วรรคที่ 232 และ 233 ชื่อว่า “เทราปทิสัตยภามาสังวาท” มีความโดยสรุปว่า นางเทราปที และนางสัตยภามาสนทนากันถวายความสำราญพระหฤทัย แล้วนางสัตย¬ภามาได้ถามนางเทราปทีว่า มีความประพฤติอย่างไร จึงผูกใจกษัตริย์ปาณฑพทั้ง 5 ไว้ได้ เหตุใดกษัตริย์เหล่านั้น จึงกลัวและนอบน้อมปฏิบัติตามคำแนะนำ นางเทราปทีมีวิธีการอย่างไร ใช้การทรมานกายถวายเทพเจ้าจนได้บุญวิเศษ ใช้ญาณสมบัติ ใช้ยา ใช้เวทมนตร์เสน่ห์ยาแฝด หรือสิ่งใด นางเทราปทีตอบว่า นางมิได้ใช้กลวิธีเยี่ยงหญิง ที่ปฏิบัติชั่วเหล่านั้น หากแต่ประพฤติปฏิบัติตนถวายความจงรักภักดีและปฏิบัติโดยปรนนิบัติสวามีตามหน้าที่ของภรรยาที่ดี ได้แก่ ไม่หึงหวง ไม่กล่าวเท็จ    ……เป็นต้น

2. นายธนิต อยู่โพธิ์ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ “ประชุมงานค้นคว้าภาควรรณคดี เรื่องกฤษณาสอนน้อง” ไว้ว่า

จริงอยู่ เรื่องนางกฤษณานั้น เราอาจรู้จักกันมานานก่อนที่ได้แต่งขึ้นเป็นคำฉันท์แล้ว เพราะในสมัยแต่งลิลิตยวนพ่าย ก็แสดงว่า ปราชญ์ของเราเฟื่องในเรื่องมหาภารตะมาก ในคัมภีร์ชาดกก็มีด้วย เป็นเรื่องเก่าแก่
แต่วัตถุประสงค์อันเป็นแก่นของเรื่องในคัมภีร์ชาดกต่างกัน ในคัมภีร์ชาดกมีกล่าวไว้ใน “กุนาลชาดก” ในอสิติหิบาต ฉบับแปลงของหอสมุดฯ เล่ม 18 พิมพ์ พ.ศ. 2472 หน้า 116-161 เก็บความได้ว่า พญานกดุเหว่าชื่อ “กุนาล” เล่าไว้ว่า กัณหาธิดากษัตริย์รัฐโกศล ก่อนเกิดพระเจ้าพรหมทัต กษัตริย์รัฐกาสียกทัพไปตีรัฐโกศล ฆ่ากษัตริย์โกศล เอามเหสีที่กำลังทรงครรภ์อ่อนมาตั้งเป็นอัครมเหสี เมื่อประสูติเป็นธิดา พระเจ้าพรหมทัตก็รับรองเป็นธิดาของพระองค์ กัณหาจึงมีชื่อว่า “ทเวปิติกา” แปลว่า “ลูกสองพ่อ” พรหมทัตไม่มีโอรสธิดา จึงโปรดปรานกัณหามาก ทรงจัดงาน “สวยัมพร” ให้กัณหาเลือกสวามี กัณหาเลือกได้สวามี 5 คน คืออัชชุน นุกล ภิมเสน ยธิฏฐิละ และสหเทพ ผู้เป็นภาดากัน เป็นราชบุตรของพระเจ้าบัณฑุราช….ในคัมภีร์ชาดกเป็นเรื่องเล่า
กันปรัมปรา อาจทำให้เนื้อเรื่อง ชื่อคน สถานที่ ก่อนมหาภารตะ และตอนท้ายของคัมภีร์ชาดก บอกไว้ว่าพญากุนาลได้เกิดเป็น อัชชุนกุมารในครั้งนั้น

ดังนั้น ในคัมภีร์ชาดกจึงกล่าวว่า พระพุทธเจ้าตรัสเล่าถึงเรื่องพญานกดุเหว่ากุนาล และพญานกดุเหว่าเล่าเรื่องกัณหาอีกทีหนึ่ง เรื่องกฤษณาสอนน้องจึงมีเค้าที่มา 2 แห่งคือ จากมหาภารตะและกุนาลชาดก ซึ่งไม่ว่าจะมาจากที่ใด เรื่องกฤษณาสอนน้องก็จัดว่าเป็นหนังสือประเภทสุภาษิต แสดงหน้าที่ของสตรีอันพึงประพฤติปฏิบัติต่อสามีของตน

ผู้แต่ง กล่าวชื่อไว้ 2 คน คือพระยาราชสุภาวดี และพระภิกษุอินท์
ดังนั้นฉันท์ 11 บอกตอนต้น นามผู้แต่งว่า

เริ่มกลอนพิตรท่าน        พระยาราชสุภา-
วดี ลิลิตตรา            แสดงนามโดยมี
ผู้ช่วยบริรักษ์            นราโลกพราหม์ชี
ในกรุงนครศรี            ธรรมราชบุรินทร์
ทุกการผดุงการ            ประกอบชอบบ่เว้นถวิล
ซึ่งเป็นฉบับจิน            ตนาท่านบให้สูญ
นางกฤษณานาถ            ก็มีเรื่องบริบูรณ์
สมุดเดิมก็เศร้าสูญ        สลายลบบเป็นผล
เชิญเราชิโนรส            พระนามอินทร์นิพนธ์
พจนารถอนุสนธิ์            จำหลักฉันทจองกลอน

ลักษณะการแต่ง ใช้ฉันท์และกาพย์ ฉันท์ที่ใช้มีอินทรวิเชียรฉันท์ และวสันตดิลกฉันท์บ้างเล็กน้อยตอนท้ายเรื่อง และกาพย์ส่วนใหญ่เป็นกาพย์ฉบัง และกาพย์สุรางคนางค์

ความมุ่งหมาย ให้เป็นภาษิตสอนหญิงเกี่ยวกับการครองเรือน

เนื้อความ วรรณคดีเรื่องนี้นำเค้าเรื่องมาจากมหากาพย์ภารตะของอินเดีย ตัดตอนนางกฤษณามเหสีของกษัตริย์ปานฑพทั้งห้า สอนความประพฤติของสตรีที่เป็นภรรยา และแม่เรือนว่า ควรประพฤติตนและปฏิบัติต่อสามีอย่างไร โดยกล่าวถึงพรหมทัต แห่งพาราณสี มีธิดาสององค์ คือกฤษณากับจันทรประภา เมื่อพระบิดาจัดให้สยุมพร นางกฤษณาเลือกภัสดาได้ 5 พระองค์ได้แก่ กษัตริย์ปานฑพทั้ง 5 คือ อรชุนนกุล ยุธิษฐิระ ภีมะเสน และสหเทพ ส่วนจันทรประภาเลือกภัสดาได้องค์เดียว นางกฤษณาสามารถปฏิบัติรับใช้ภัสดาทั้ง 5 ได้ดี มีความรักใคร่มั่นคง ส่วนนางจันทรประภาบกพร่องในหน้าที่ภรรยา ไม่มีความสุข นางเข้าใจว่านางกฤษณามีเวทมนต์ผูกใจชาย จึงมาขอเรียนบ้าง นางกฤษณาจึงชี้แจงความจริงว่า การที่สามีจะรักใคร่อยู่ที่หน้าที่ของแม่เรือน และอยู่ในโอวาทสามี นางจันทรประภาจึงเอาคำสอนไปปฏิบัติ พระสวามีก็เริ่มรักใคร่ และมีความสุข เช่นเดียวกับนางกฤษณา

ข้อความสำคัญ
สอนให้ทำความดี
ฉบัง 16
คชสารแม้ม้วยมีงา        โคกระบือมรณา
เขาหนังก็เป็นสำคัญ
บุคคลถึงกาลอาสัญ        สูญสิ้นสาระพัน
คงแต่ความชั่วกับดี
ปรากฏในพื้นปัตพี        กฤษฎิสันทจักมี
ติดปากสรรเสริญนินทา

สอนสตรีเรื่องการเรือน
สุรางคนางค์ 28
อย่าเยี่ยงหญิงโฉด  มักหึงขึ้งโกรธ  วิวาทครุ่นไป
การเรือนการเย่า  ไม่เอาใจใส่  สดึงรังไหม  สำหรับกระษัตรี
แม้จักปักเก็บ  ตัดเสี้ยวจะเย็บ  เนินช้าเป็นปี
ยกไนมาตั๋ว  นั่งกุมสำลี  ไม่ชักสักที  พูดซิกขิกหัว
บริโภคโภชนา  เช้าค่ำเวลา  ใช้ชายเป็นครัว
ถ้วยโถจอกจาน  ทำใช่การตัว  ละไว้ให้ผัว  ลำดับตั้งวง

สอนมารยาทในการเดิน
ฉบัง 16
อย่าเดินยิ้มย่องยักตน        หัวร่อริมถนน
สะกิดเพื่อนพูดเล่นไปพลาง
อย่าเดินเผยผ้าห่มนาง        กรลูบแก้มคาง
เหลือบเหลียวดูซ้ายแลขวา

คุณค่า
กฤษณาสอนน้องคำฉันท์ฉบับนี้ สมเด็จพระมหาสมณะเจ้ากรมพระปรมานุชิตชิโนรส คงจะได้ทรงยึดเป็นแบบอย่างในการนิพนธ์กฤษณาสอนน้องคำฉันท์ พระนิพนธ์ของพระองค์ขึ้นเพราะถ้อยคำสำนวนบางตอนคล้ายคลึงกันมาก ถ้าไม่สังเกตอาจเข้าใจว่าเป็นสำนวนเดียวกัน จะเห็นได้จากสมเด็จพระมหาสมณะเจ้าฯ ได้กล่าวไว้ตอนต้นเรื่องกฤษณาสอนน้องคำฉันท์ ฉบับของพระองค์ว่า

‘‘แปลกแปลงแสดงพจนเพรง    เชลงลักษณะบรรยาย
ชาวชนบทธิบาย                ประดาษ”

ที่มา:สุภา  ฟักข้อง

บทกลอนน่าสนใจอื่น ๆ: