ทวาทศมาส

ประวัติ โคลงบทนี้จัดเป็นโคลงนิราศในสมัยพระนารายณ์ฯ ตามที่ปรากฏในตำราประวัติวรรณคดี โดยทั่วไป คำว่า “ทวา” แปลว่า สอง “ทศ” แปลว่า สิบ และ “มาส” แปลว่า เดือน แปลโดยศัพท์ว่า 12 เดือน โดย เนื้อเรื่องเป็นบทครํ่าครวญถึงคนรักของตนตลอดเวลา 12 เดือน ทวาทศมาสเป็นวรรณคดีที่ไม่มีประวัติ สมัยการแต่ง แม้จะแจ้งชื่อผู้แต่งไว้ท้ายเรื่องก็ไม่อาจทำให้เข้าใจชัดเจนได้ ชื่อเหล่านี้เป็นชื่อในทำเนียบ บรรดาศักดิ์ข้าราชการ อาจเป็นคนในรัชกาลใดก็ได้ จึงมีข้อสันนิษฐานการแต่งต่างๆ กัน โคลงที่แสดงชื่อผู้แต่งว่า

การกลอนนี้ตั้งอาทิ        กวี หนึ่งรา
เยาวราชสามนตไตร        แผ่นหล้า
ขุนพรหมมนตรีศรี        กวีราช
สารประเสริฐฤาช้า        ช่วยแกล้งเกลากลอน

อาศัยโคลงบทนี้ทำให้เข้าใจว่า ผู้แต่งมี 3 คน คือขุนพรหมมนตรี ขุนศรีกวีราช และพระสารประเสริฐ นายตำรา ณ เมืองใต้ มีความเห็นว่า มี 4 คน เพิ่มพระเยาวราชสามนตไตรเข้าไป

วรรณคดีชั้นหลังก็กล่าวถึง ทวาทศมาศ เช่น พระยาตรัง นายนรินทร์ธิเบศร์ (อิน) ก็กล่าวว่ามีผู้แต่ง 3 คนดังกล่าว ดังโคลงที่ว่า

อาทิเยาวราชร้าง        แรมสมร
สามพ่อปรีชาเจน    จัดล้ำ
ทุกทวาทศมาสจร    เจ็บเสน่ห์ ราแม่
ยังไปปานชู้ช้ำ        ชอกใจ
(นิราศตามเสด็จลำน้ำน้อย ของพระยาตรัง)

กำสรวลศรีปราชญ์พร้อง        เพรงกาล
จากจุฬาลักษณ์ลาญ            สวาทแล้ว
ทวาทศมาสสาร                สามเทวษ ถวิลแฮ
ยกทัดกลางเกศแก้ว            กิ่งร้อนทรวงเรียม
(นิราศนรินทร์ ของนายนรินทร์ธิเบศร์(อิน)

สมัยของการแต่ง ควรแต่งสมัยพระนารายณ์ฯ พระเยาวราชควรเป็นคนคนเดียวกับผู้แต่งลิลิตพระลอ ตามข้อสันนิษฐานของกรมพระยาดำรงราชานุภาพเชื่อว่า แต่งในสมัยพระรามาธิบดีที่ 2 เพราะเห็นเป็นโคลงดั้น เช่นเดียวกับลิลิตยวนพ่าย จึงหาข้อยุติสมัยของการแต่งไม่ได้

ผู้แต่ง สันนิษฐานว่ามีพระเยาวราช ขุนพรหมมนตรี ขุนศรีกวีราช และพระสารประเสริฐ

ลักษณะการแต่ง ขึ้นต้นร่ายดัน 1 บาท โคลงอีก 258 บท จบด้วยร่ายดั้นสั้นๆ อีก 1 บท รวมทั้งสิ้น 260 บท

ความมุ่งหมาย สันนิษฐานว่า แต่งเพื่อเฉลิมพระเกียรติกษัตริย์ และอวดฝีปากตน ดังข้อความปรากฏตอนท้ายของเรื่อง

เนื้อความ ขึ้นต้นประนามบท หรือบทไหว้ ชมความงามของนางที่ต้องจากมา เปรียบเทียบกับเรื่องตามชาดก เช่น พระอนิรุทธ์ พระสมุทโฆษ พระสุธนู พระสุธน แล้วพรรณนาเรียงเดือนไปตั้งแต่เดือน 5 ถึง เดือน 4 กล่าวถึงพิธีต่างๆ ที่ปฏิบัติในแต่ละเดือนครํ่าครวญถึงนางอันเป็นที่รักประกอบทุกเดือนอย่างละเอียดลออ ทั้ง 12 เดือน ถามข่าวนางจาก ปี เดือน วัน และยามตอนสุดท้ายกล่าวสรรเสริญบารมีกษัตริย์

ข้อความสำคัญ
ประณามบท
ศรีสวาสดิกมเลศล้ำ        เลอสอง
ภูลภิรมย์นาภี            ส่องสร้อย
ไตรรัตนจุฑาดวง            กมลาศ
บานเบอกบงกชช้อย        ช่อมาลย

พรรณนาคู่รักในวรรณคดีมาเปรียบ
ปางบุตรนัคเรศให้        ทศรถ
จากสีดาดยวลี            ลาศแล้ว
ยังคืนสู่เสาวคต            ยุพราช
ฤาอนุชน้องแคล้ว        คลาศไกล

ศรีอนิรุทธ์ราศร้าง        แรมสมร
ศรีอุสาจยรไคล            คลาศแคล้ว
เทวานราจร            จำจาก
ยงงพร่ำนางน้องแก้ว        คอบคืน

สมุทรโฆเรศร้าง            แรมพิน
ทุมดีดาลฝืน            ใฝ่เต้า
ปางเจ็บชำงือถวิล        ลิงโลด
ยงงพร่ำน้าวน้องหน้า        ร่วมรยง

พระศรีเสาวเลขสร้อย        สุธน
จากมโนหราคยง            คิดน้อง
ยงงเสด็จไพรสณฑ        สังวาศ
สังเวชนงคนุชคล้อง        เคลือกองค

พรรณนาเป็นเดือน
เดือนห้า
ฤดูเดือนเจตรร้อน        ทรวงธร
ทุกย่ำยามโครดวง        ด่วนน้อง
จำรจำเราจร            อรนิทร หายแม่
อินทรพรหมยมป้อง        ไป่คืน

เดือนหก
เดือนหกรยมร่ำไห้        ฤาวาย
ยามย่อมชนบทถือ        ท่องหล้า
ธงธวัชโบกโบยปลาย        วอนว่า
คิดว่ากรกลกกข้า        แล่นตาม

แทรกคติธรรม
เพรงเราเคยพรากเนื้อ        นกไกล คู่ฤา
ริบราชเอาของขงง        ด่งงไว้
มาทนนปลิดสายใจ        จรยจาก รยมนา
มาริรารสให้            ห่างไกล

พรรณนาท้ายเรื่องหลังเวลาต่างๆ
ทวาทศมาสถ้วน            พรรษา โสดแฮ
ยงงบ่สบายเลอย            ก่ายแก้ว
เทเวนทรสุเรนทรา        ปรเมศ
ยงงคำกลด้วยแคล้ว        คลาศโฉม

ยอพระเกียรติกษัตริย์
บุญญาดิเรกเจ้า            จอมกษัตริย์
ครอบครองภูคาธาร        ท่วว ไท้
จงเป็นบนจักรพรรดิ        จอมโลก ธรพ่อ
ร้อยราชถวายกรไหว้        หว่านมาลย

ตราบสิ้นสุริเยศฟ้า          ดินหาย ก็ดี
ยงงพระยศยงงสถาน        อย่าแคล้ว
ตราบสุเมรุคิรีทลาย        ทบเท่า ลงแฮ
คงควบบุญท้าวแผ้ว        แผ่นฟ้าภพไตร

เปรียบเทียบกวีนิพนธ์
จบเสร็จกล่าวกาพย์กล้ยง        กลอนการ
คือมณีมาลัย                รยบร้อย
เป็นเฉลอมกวีสาร            เสาวนิศ
รัตนมณีมาลยสร้อย            เศกสร้อยสวมกรรณ

ขอให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง
อยุธยายศโยคฟ้า            ธรณี
เกษมบุรีภูธร                ปิ่นเกล้า
ทวาทศสิบสองปี                สังเวช
สังวาสเกษมสุขท้าว            ท่องหล้าเสวอยรมย

ร่ายดั้นบทสุดท้าย
เสวอยรมยชมมหามไหศวรรย    ตราบสิ้นจันทรสุริยศรี
เกษมสมบูรณ์ทั่วหน้า    ท่ววท้าวยอยศ    ท่านนา

คุณค่า
1. โคลงทวาทศมาส มีแนวการบรรยายครวญสวาทพิสดารกว่าวรรณคดีเรื่องอื่น โคลงเรื่องเป็นทำนองนิราศ แต่ไม่มีการเดินทางไปที่ใด ใช้เวลาพรรณนาถึงนางแทนสถานที่ เป็นพื้นฐานให้กวีรุ่นหลังไว้เป็นแบบอย่าง เช่น พระยาตรัง นายนรินทร์ธิเบศร์ (อิน) นับว่าวรรณคดีเรื่องนี้เป็นประดิษฐการชิ้นใหม่ของกวี
2. ให้ความรู้เกี่ยวกับขนบประเพณีและความเป็นอยู่ของอยุธยา
3. โคลงทวาทศมาสนี้ เป็นที่นิยมแต่งตามกันมาโดยเฉพาะกระบวนการพรรณนา แสดงความรักความอาลัย การเปรียบเทียบคู่พระคู่นางในวรรณคดีประเภทที่มีเค้าจากชาดก เช่น สมุทโฆษชาดก สุธนชาดก ฯลฯ

ที่มา:สุภา  ฟักข้อง

บทกลอนน่าสนใจอื่น ๆ: