ประเพณีการเล่นสักวา

ประเพณีการเล่นสักวา
ในหนังสือประชุมบทสักวาเล่นถวายรัชกาลที่ 5 อธิบายว่า “ดอกสร้อยสักวา เป็นการเล่นอย่างหนึ่งของผู้ดีมาแต่ครั้งกรุงเก่า จะเล่นในเดือน 11 เดือน 12 เวลาฤดูน้ำมาก และเป็นเทศกาลทอดกฐิน ทอดผ้าป่า และ เที่ยวทุ่ง”

ลักษณะการเล่นดอกสร้อยกับสักวาผิดกันที่
ดอกสร้อย เล่นกัน 2 วง ชาย 1 วง หญิง 1 วง และร้องลำนำต่างๆ ร้องยากกว่าสักวา เพราะต้องหัดคนร้องให้ร้องลำนำต่างๆ ได้มาก

สักวา เล่นกี่วงก็ได้ วิธีเล่น เอาเรื่องอะไรๆ มาสมมุติขึ้น อาจใช้นิทานตลอดจนละคร เช่น อิเหนา รามเกียรติ์ เลือกแต่ข้อความที่สำหรับจะพูดจาโต้ตอบกัน แล้วสมมุติให้เป็นตัวบททุกๆ วง เช่น

รามเกียรติ์ตอนท้าวมาลีวราชว่าความ ก็สมมุติวงหนึ่งให้เป็นพระราม วงหนึ่งให้เป็นทศกัณฐ์ วงหนึ่งให้เป็นนางสีดา วงหนึ่งให้เป็นท้าวมาลีวราช ดังนี้เป็นต้น แต่งบทให้โต้ตอบกัน ไม่ต้องถือถ้อยคำในบทละคร

ลำนำที่ร้องในสักวา ลำนำที่ร้อง ร้องลำพระทองลำเดียวทุกวง สักวาจึงร้องง่ายกว่าดอกสร้อย ความสนุกของสักวาอยู่ที่คิดบท เพราะต้องคิดเป็นกลอนสด ทันร้องโต้ตอบกัน ถ้าเจ้าของคิดบทได้เองก็บอกบทเอง ถ้าไม่เป็นกวีก็ต้องหากวีมาไว้ในวงสักวา เป็นคนคิดบท เรียกว่า “คนบอกบทสักวา” บางที 2-3 คน ช่วยกันต่อบท เวลาวงอื่นเขาร้องอะไร ต้องจดลงกระดานชะนวนไว้ แล้วติดตามไปว่าจะโต้ตอบเขาอย่างไร พอเขาร้องจบบท ก็บอกกลอนที่ตั้งต้นร้องตอบ ต้องคิดให้ได้ทั้งความ ทั้งกลอนให้ทันคนร้อง ข้อนี้ที่เป็นความยากลำบาก

สมัยรัตนโกสินทร์ สักวาเล่นกันมากในรัชกาลที่ 1 จนรัชกาลที่ 3 ที่โปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองมหานาค สมัยรัชกาลที่ 1 เป็นที่ประชุมเล่นดอกสร้อยสักวากันตามฤดู ซาไปในรัชกาลที่ 4 เล่นปี่พาทย์กันมาก อย่างไรก็ตาม จนรัชกาลที่ 5 ยังมีผู้ชำนาญสักวามาแต่รัชกาลที่ 3 อยู่บ้าง

กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงเล่าว่า คุณพุ่มธิดาพระยาราชมนตรี (ภู่) บอกสักวาคล่องแคล่ว ดีทั้งกลอน ดีทั้งความ

ตัวอย่างบทสักวาของคุณพุ่มเล่นถวายในรัชกาลที่ 5
เล่นถวายพระที่นั่งสนามจันทร์ครั้งที่ 1 ตอนสมมุติตัวตามเครื่อง

สักวามาภิวาทบาทบงกช        ถวายบทบรมกรมอักษร
เป็นอภัยภูววิเศษกลอน        บทสมรมาลีลำนี้ละ
พระมหาสงครามว่าตามที่        เป็นอรุณรัศมีที่เกิดหนะ
สินสมุทรกุมารานั่นหนาจ๊ะ        พระองค์ประเสริฐเป็นฉันเห็นดี
เมื่อร่วมลำกำปั่นสุวรรณมาศ    ทรงซ่อนเร้นเล่นพระราชสารศรี
ทรงโศกเศร้าเข้าหานางมาลี        จบบทนี้พระอภัยว่าไปเอย

เล่นถวายพระที่นั่งสนามจันทร์ครั้งที่ 2 เป็นลำลาในการปิดตา
สักวาดวงจันทร์บุหลันเลื่อน        ขยายเขยื้อนลับยุคุนธร์ขุนสิงขร
มาละโลกแหล่งฟ้าไม่อาวรณ์    ถวายกรนอตฟอกัสคัดคดี
แปลคำไทยว่าให้นึกระฦกถึง    จะหมายพึ่งบงกชบทศรี
กระหม่อมขอเป็นข้าฝ่าธุลี        ทิงออฟมีคิดถึงฉันทุกวันเอย

เล่นถวายที่ทะเลพรหมมาศ ลพบุรี เป็นลำลา
สักวาฟ้าขาวดาวจระเข้        ดารากรร่อนแร่หันเหหาว
นภางค์ฟื้นชื่นช่ำด้วยน้ำค้าง        จะสว่างเสียแล้วหนอต้องรอรา
ทูลลาบาทบทเรศวิเศษโฉม        ถึงจากไปใจคงโทมนัสหา
ด้วยรักใคร่ในพระเดชเจตนา        ขอเป็นข้าเคียงพระบาททุกชาติไป

เล่นถวายในสระพระราชวังบางปะอิน เป็นลำแก้คารมกัน
สักวาอย่าพิไรเลยไม่เชื่อ        ฉันเหมือนเกลือท่านรับกับพิมเสน
เป็นกาฝากรากกิ่งแอบอิงเอน    มิใช่เกณฑ์เกสรกลีบบีบระบม
สุริยันจันทรีเลื่อนลีลาศ        ศักราชเดือนปีว่ามีถม
ยิ่งแก่วันฉันยิ่งงอมเกรียมตรอมตรม    ไม่ยอมงมโง่โงกเศร้าโศกเอย

คุณพุ่มว่าบทสุวรรณมาลีรับสารจากพระอภัยมณี
สักวาพระธิดายุพาผิว            จึงกรีดนิ้วเพื่อคำนับรับอักษร
คลี่กระดาษราชสารออกอ่านกลอน    นางแค้นค้อนเจียนกระดาษขาดกระเด็น
แล้วตัดพ้อขอสัตย์กลับนัดแนะ        แล้วเคาะแคะคดเคี้ยวขืนเคี่ยวเข็ญ
ตรงหนังสือถือจิตคิดไม่เป็น            ไม่อยากเล่นเพลงยาวชื่อฉาวเอย

จะเห็นว่าคุณพุ่มเป็นผู้มีฝีปากดีคนหนึ่ง และได้ใช้ภาษาอังกฤษโต้ตอบปะปนกับภาษาไทยได้ความดี แสดงว่าคุณพุ่มเป็นผู้ที่ร่ำเรียนภาษาต่างประเทศเช่นเดียวกับเจ้านายอื่นๆ ในสมัยนั้น

ที่มา:สุภา  ฟักข้อง

บทกลอนน่าสนใจอื่น ๆ: