พระมะเหลเถไถ

ประวัติ วรรณคดีเรื่องนี้ กรมพระยาดำรงราชานุภาพประทานคำอธิบายไว้ก็เป็นแต่เพียงว่า “ฟุ้งไป ในกระบวนแต่งกลอน” กล่าวกันว่า เมื่อสิ้นบุญกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ คุณสุวรรณออกมาอยู่เรือนที่แถวนอก และแต่งกลอน 2 เรื่อง คือ พระมะเหลเถไถ กับอุณรุทร้อยเรื่อง ใครไปใครมาก็เอาออกอวด และว่าให้ฟังอย่างแม่นยำ ผู้ที่ฟังต่างก็เห็นขบขัน และชอบใจจำกันไว้ได้ ถึงกับเล่าท่องสืบต่อๆ กันมา ชื่อเสียงของคุณสุวรรณจึงเลื่องลือไป แต่ไม่ใคร่มีใครจดกันไว้

อย่างไรก็ตามเรื่องพระมะเหลเถไถนี้ หอพระสมุดได้นำมาพิมพ์ เราถือว่าฉบับพิมพ์ของหอพระสมุดถูกต้องที่สุด

ผู้แต่ง คุณสุวรรณเป็นธิดาพระยาอุไทยธรรม (กลาง) ราชินิกูล ณ. บางช้าง ได้ถวายตัวทำราชการฝ่ายใน พ.ศ. 2384 จึงได้อยู่กับกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ พระเจ้าลูกเธอฯ ในพระนั่งเกล้าฯ

ลักษณะการแต่ง เป็นกลอนบทละคร

ความมุ่งหมาย สันนิษฐานว่า
1. คงแต่งล้อเรื่องอิเหนา เพราะให้ชื่อตัวละครเป็นชวา
2. อาจจะเพื่อประชดผู้แต่งกลอน ที่มุ่งแต่สัมผัสโดยไม่คำนึงถึงเนื้อความ
3. อาจจะแต่งเพราะความรักกลอน
4. คุณสุวรรณคงจะตั้งใจแต่งให้เป็นบทละครตลกเรื่องแรกของไทย โดยพระมะเหลเถไถ ให้ตลก ด้วยกระบวนการใช้คำที่ไม่มีความหมาย

เนื้อความ พระมะเหลเถไถ เป็นโอรสท้าวโปลาและนางตาลา วันหนึ่งได้ลาพระบิดาไปประพาสป่า ค้างแรมในป่า พระอินทร์จึงได้พาเอานางตะแลงแกง ธิดาท้าวมะไลที มาไว้ยังพลับพลาพระมะเหลเถไถๆ ได้นางตะแลงแกงเป็นชายา รุ่งขึ้นก็ยกกองทัพเข้าเมืองพบยักษ์ครึ่งตัว (เพราะถูกพระอิศวรสาบ ฐานลอบรักกับนางฟ้า ให้มาบังเกิดในโลกมนุษย์) คอยจับสัตว์เป็นอาหาร ยักษ์จะจับพระมะเหลเถไถเลยได้รบกัน ต้นฉบับของคุณสุวรรณจบเพียงแค่นี้

ข้อความสำคัญ
ชมดง
พระชมเขาเนาเนินกะหรกกก        รุกขชาติดาษดกมะโหลโต๋
มะลาตันสาระพันกะลันโป            กะลาปี่ยี่โถมะโยตัน
มะโยติปริงปรางลางสาบ            ลางสาดหาดหาบมะหลันปั๋น
มะลันปี่สีเสียดประเหยียดกัน        ประยงค์แก้วแถวพันมะลันดา

ชมสองกษัตริย์(พระมะเหลเถไถและนางตะแลงแกง)
งามดั่งสุริยันมะลันตอน            เคียงดวงศศิธรมะลอนฉู
จะดูไหนวิไลกระไรตู                สมสองครองคู่จะลูเจ
ดูโฉมตะแลงแกงแมลงกัด            งามดั่งเพชรรัตน์มะลัดเถ
งามพระมะเหลเถไถมะไลเท            ดังสุวรรณอันเอละเลทา
สมวงศ์ทรงศักดิ์จักรพรรดิ            สมเชื้อเนื้อกษัตริย์มะลัดถา
สมทรงคงกรองกะรองปา            เป็นมหาจรรโลงนะโรงกี

ชมดอกไม้(มีลักษณะเป็นกลบทช้างประสานงา)
มาลีดวงพวงช่อมะลอชร            มาลีชาดกมาดซ้อนมะรอนฉา
มิรินชิงจ้องมะยอตา                มะยมเต็มเข็มลามะกาโล
มะกาลิงปิงปุ่มกะทุ่มท้อน            กะทิงถินกลิ่นขจรมะลอนโหว
มะลิวันมันโมกกะโหลกโก            กุหลาบแกมแนบโยทกาลี

บทรัก
ว่าพลางทางถดมะหลดติด        อย่างอายเอียงเบี่ยงบิดมะลิดเป๋
นางป้องปัดหัตถามะลาเท        มะโลโตโปเปมะเลตุง
สองภิรมย์ชมเชยมะเลยปม        สำราญรมย์รื่นเริงมะเลิงตุ๋ง
สัพยอกหยอกเย้ามะเลาชุง        สมสวาสดิ์มาดมุ่งมะลุงแชง

พระมะเหลเถไถสั่งทหารยกทัพกลับ
บัดนั้น                    เสนารับสั่งมะลังปี๋
ต่างชะแง้แลดูมะลูจี            พาทีเบี้ยงบุ้ยมะลุยตุง

บรรยายลักษณะและประวัติของยักษ์ชื่อมะลาก๋อย
มาจะกล่าวบทไป             ถึงท้าวไทอสุรามะกาก๋อย
มรายกราดชาติเชื้อสะเรือตอย    สุราต้องกองกอยพะลอยไช
เพราะลอบชมนางฟ้าสลาโสด    ศุลีซ้ำทำโทษมะโตดไข
มาตัวขาดอาจองทะลงใจ        เที่ยวไล่จับสัตว์ไพรสะไรกุง

คุณค่า
1. ให้คุณค่าทางการแต่ง แม้ว่าคุณสุวรรณแต่งกลอนบทละครในขณะสติวิกล ความคิดอาจแปลกไปจากคนธรรมดา แต่กลอนของคุณสุวรรณยังถูกต้องกฎเกณฑ์ และบางตอนมีลักษณะเป็นกลบทอีกด้วยลักษณะ อย่างนี้ กลอนของคนสติดีๆ ยังหายาก
2. แต่งถูกกระบวนบทละครทุกประการ คือมีครบทุกบท ตั้งแต่บทชมดง จัดทัพ ลงสรง อุ้มสม ชมโฉม เป็นต้น การแต่งบทละครทำนองนี้นับว่าแปลก และเป็น “ครั้งแรกในวรรณคดีไทย”
3. บทละครเรื่องนี้ต้องแต่งดีถึงขนาด พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระราชนิพนธ์ นิราศพระมะเหลเถไถล้อบทละครเรื่องนี้

ที่มา:สุภา  ฟักข้อง

บทกลอนน่าสนใจอื่น ๆ: