วรรณคดีสมัยอยุธยา

กรุงศรีอยุธยา มีอายุยาวนานถึง 417 ปี มีกษัตริย์ปกครองถึง 33 พระองค์ มีการเปลี่ยนราชวงศ์ถึง 5 ครั้ง ซึ่งวรรณคดีน่าจะมีมากกลับมีน้อยกว่าที่คาด เพราะอุปสรรค์สำคัญหลายประการ เช่น ความไม่สงบสุขภายใน การแย่งราชบัลลังก์ การรุกรานของศัตรูภายนอก เช่น พม่า หรือเขมร ทำให้ไม่มีเวลาสำหรับสร้างสรรค์ วรรณคดีนัก กษัตริย์ที่ทรงสร้างสรรค์วรรณคดีไว้เป็นมรดกตกทอดมาจนทุกวันนี้มี 5 พระองค์ คือ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 สมเด็จพระบรมไตรโลกนารถ  สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม สมเด็จพระนารายณ์ สมเด็จพระเจ้าบรมโกศ

เพื่อให้ง่ายต่อการศึกษา จึงแบ่งการศึกษาวรรณคดีสมัยอยุธยาออกเป็น 3 ตอน ได้แก่ ตอนต้น ตั้งแต่สมัยพระรามาธิบดีที่ 1 (อู่ทอง) ถึงสมัยพระรามาธิบดีที่ 2 (พ.ศ. 1893-พ.ศ. 2072) ตอนกลาง ตั้งแต่สมัยพระเจ้าทรงธรรม ถึงสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ (พ.ศ. 2163-พ.ศ. 2231) ตอนปลาย ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าบรมโกศถึงสมัยพระเจ้าเอกทัศน์ (พ.ศ. 2275-พ.ศ. 2310)

วรรณคดีสมัยอยุธยาตอนต้น
ลักษณะวรรณคดี มีวรรณคดีที่ตกทอดมาถึงสมัยปัจจุบันไม่กี่เรื่อง โดยเหตุที่พระเจ้าอู่ทองตั้งบ้านเมือง ซึ่งอยู่ในเขตวัฒนธรรมของเขมร ไทยจึงรับเอาวัฒนธรรมของเขมรมาปนบางอย่าง เช่น วรรณคดีที่เกี่ยวกับทางพิธี คือ ลิลิตโองการแช่งนํ้า เกี่ยวกับสดุดี คือ ลิลิตยวนพ่าย เกี่ยวกับศาสนาอย่างมหาชาติคำหลวง ถ้อยคำภาษาที่ใช้ก็ล้วนมีภาษาเขมร นอกจากนี้มีภาษาบาลี สันสกฤตแทรก โดยพราหมณ์ที่พาเอาวัฒนธรรมอินเดียผ่านเขมร มายังไทยอีกทอดหนึ่ง วรรณคดีในสมัยนี้จะกล่าวถึง 4 เรื่อง ได้แก่
ลิลิตโองการแช่งนํ้า
มหาชาติคำหลวง
ลิลิตยวนพ่าย
พระลอ

ที่มา:สุภา  ฟักข้อง

บทกลอนน่าสนใจอื่น ๆ: