สุภาษิตสามเรื่องของสุนทรภู่

ประวัติ สุนทรภู่ได้แต่งกลอนสุภาษิตไว้ 3 เรื่องคือ
สวัสดิรักษา แต่งเมื่อปลายรัชกาลที่ 2 ระหว่าง พ.ศ. 2364 – พ.ศ. 2367 สวัสดิรักษาของเก่าแต่งไว้เป็นคำฉันท์ ตามความเห็นของสุนทรภู่ว่า ผู้แต่งเดิมไม่เข้าใจกล่าวสลับซับซ้อนเลอะเลือน

เพลงยาวถวายโอวาท แต่งระหว่างเป็นพระ ในราว พ.ศ. 2372 ก่อนที่จะออกเดินทางไปอยู่ตามหัวเมือง เนื่องจากต้องอธิกรณ์ ถูกขับไล่ออกจากวัดราชบูรณะ

สุภาษิตสอนหญิง แต่งระหว่าง พ.ศ. 2380 – พ.ศ. 2383 ในเวลาตกยากถึงลงลอยเรือระเหเร่ร่อน หลังจากสึกออกมาเป็นคฤหัสถ์แล้ว ต้นฉบับเดิมที่หอพระสมุดฯ ได้มา เรียกว่า “สุภาษิตไทย” เป็นคำสมมุติของผู้อื่นถ้อยคำคลาดเคลื่อน ต้องแก้ไปหลายแห่ง

ผู้แต่ง สุนทรภู่

ลักษณะการแต่ง ใช้กลอนเพลง

ความมุ่งหมาย สวัสดิรักษา เขียนขึ้นเพื่อถวายเจ้าฟ้าอาภรณ์ (ในรัชกาลที่ 2)

เพลงยาวถวายโอวาท เขียนขึ้นเป็นคำทูลลาและโอวาทถวายเจ้าฟ้ากลาง (สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยา¬บำราบปรปักษ์) และเจ้าฟ้าปิ๋วศิษย์ทั้งสองพระองค์

สุภาษิตสอนหญิง เขียนขึ้นเพื่อสอนใจสตรีโดยทั่วไป ไม่มีความบ่งว่าแต่งให้แก่ผู้หนึ่งผู้ใดโดยเฉพาะ เชื่อว่าคงจะหวังขายเอาเงินมายังชีพในยามตกยากด้วย

เนื้อความ
สวัสดิรักษา กล่าวถึงกิจวัตรอันพึงปฏิบัติสำหรับผู้หวังความสวัสดิมงคล

เพลงยาวถวายโอวาท เนื้อความเป็นข้อสั่งสอนของครู ให้ไว้แก่ศิษย์ แทรกด้วยคำอาลัยในการที่ต้องจากกัน

สุภาษิตสอนหญิง เป็นข้อความประพฤติปฏิบัติของกุลสตรี

ข้อความสำคัญ
บทเปรียบเทียบ คำคม คติสอนใจ
อันอ้อยตาลหวานลิ้นแล้วสิ้นซาก        แต่ลมปากหวานหูไม่รู้หาย
แม้นเจ็บอื่นหมื่นแสนจะแคลนคลาย    เจ็บจนตายนั้นเพราะเหน็บให้เจ็บใจ
(เพลงยาวถวายโอวาท)

อันความคิดวิทยาเหมือนอาวุธ    ประเสริฐสุดซ่อนใส่เสียในฝัก
สงวนคมสมนึกใครฮึกฮัก        จึงค่อยชักเชือดฟันให้บรรลัย
จับให้มั่นคั้นให้หมายให้วาดวอด    ช่วยให้รอดรักให้ชิดพิสมัย
ตัดให้ขาดปรารถนาหาสิ่งใด        เพียรจงได้ด้วยประสงค์ที่ตรงดี
(เพลงยาวถวายโอวาท)

อันข้าไทยได้พึ่งเขาจึงรัก        แม้นถ้อยศักดิ์สิ้นอำนาจวาสนา
เขาหน่ายหนีมิได้อยู่คู่ชีวา        แต่วิชาช่วยกายจนวายปราณ
(เพลงยาวถวายโอวาท)

รักพระยศอตส่าห์รักษาสัตย์            พูนสวัสดิ์สังวาสดังราชหงส์
เห็นห้วยหนองคลองน้อยอย่าลอยลง    จะเสียทรงสีทองละอองนวล
สกุลกาสาธารณ์ถึงพานพบ            อย่าควรคบคิดรักศักดิ์สงวน
เหมือนชายโฉดโหดไร้ที่ไม่ควร        อย่าชักชวนชิดใช้ให้ใกล้องค์
(เพลงยาวถวายโอวาท)

อันนักปราชญ์ราชครูเหมือนคูหา        เป็นที่อาศัยสกุลประยูรหงส์
จงสิงสู่อยู่แต่ห้องทองประจง            กว่าจะทรงปีกกล้าถาทะยาน
(เพลงยาวถวายโอวาท)

บทเปรียบเทียบ คำคม คติสอนใจ
เป็นสาวแซ่แร่รวยสวยสะอาด        ก็หมายมาดเหมือนมณีอันมีค่า
แม้นแตกร้าวรานร่อยถอยราคา        จะพลอยพาหอมหายจากกายนาง
(สุภาษิตสอนหญิง)

อันนัยน์ตาพาตัวให้มัวหมอง        เหมือนทำนองแนะออกบอกกระแส
จริงมิจิรงเขาก็เอาไปเล่าแช        คนรังแกมันก็ว่านัยน์ตาคม
(สุภาษิตสอนหญิง)

อันตัวนางเปรียบอย่างปทุเมศ        พึ่งประเวศผุดพ้นชลสาย
หอมผกาเกสรขจรขจาย            มิได้วายภุมรินถวิลปอง
ครั้นได้ชมสมจิตรพิศวาส            ก็นิราศแรมจรัลผันผยอง
ไม่อยู่เฝ้าเคล้ารสเที่ยวจดลอง        ดูทำนองใจชายก็คล้ายกัน
(สุภาษิตสอนหญิง)

อันแม่สื่อคือปีศาจที่อาจหาญ        ใครบนบานเข้าสักหน่อยก็พลอยโผง
อย่าเชื่อนักมักทับจะคับโครง        มักชักโยงอยากกินแต่สินบน
(สุภาษิตสอนหญิง)

มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท            อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์
จงมักน้อยกินน้อยค่อยบรรจง        อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน
(สุภาษิตสอนหญิง)

อย่าอวดดีมีทรัพย์เที่ยวจับแจก        ทำเกี่ยวแฝกมุงป่าพาฉิบหาย
ใครจะช่วยตัวเราก็เปล่าดาย            อย่ามักง่ายเงินทองของสำคัญ
(สุภาษิตสอนหญิง)

เป็นสตรีสุดดีแต่เพียงผัว            จะดีชั่วก็แต่ยังกำลังสาว
ลงจนสองสามจืดไม่ยืดยาว            จะกลับหลังยังสาวสิเต็มตรอง
(สุภาษิตสอนหญิง)

เป็นมนุษย์สุดนิยมเพียงลมปาก    จะได้ยากโหยหิวเพราะชิวหา
แม้นพูดดีมีคนเขาเมตตา        จะพูดจาจงพิเคราะห์ให้เหมาะความ
(สุภาษิตสอนหญิง)

อันตัวต่ำแล้วอย่าทำให้เกินศักดิ์    เขาจะมักเหม็นปากเหมือนซากผี
เปรียบเหมือนเกลือเจือปนชลธี    มันก็มีแต่จะจืดไม่ยืดยาว
(สุภาษิตสอนหญิง)

รู้วิชาก็ให้รู้เป็นครูเขา            จึงจะเบาแรงตนเร่งขวนขวาย
(สุภาษิตสอนหญิง)

ความรู้ในเรื่องคติของโบราณชน
อนึ่งวันชำระสระพระเกล้า        อังคารเสาร์สิ้นวิบัติปัดไภม
ตัดเล็บวันพุธจันทร์กันจัญไร        เรียนสิ่งใดวันพฤหัสสวัสดี
(สวัสดิรักษา)

คุณค่า
สุนทรภู่เขียนสุภาษิตอย่างนักกลอนจากประสบการณ์จากชีวิตของตนเอง มิได้ก้มหน้าก้มตาสาธยายอย่างเดียว รู้จักเปรียบเทียบ รู้จักใช้คำให้ชวนอ่านชวนจำ

ที่มา:สุภา  ฟักข้อง

บทกลอนน่าสนใจอื่น ๆ: