อิเหนาคำฉันท์

อิเหนาคำฉันท์
ประวัติ แต่งเมื่อยังเป็นหลวงสรวิชิต (หน) มีจารึกท้ายเรื่องว่า แต่งเมื่อเดือน 11 ขึ้น 15 คํ่า ปีกุน จ.ศ. 1141 (พ.ศ. 2322) เป็นปีที่ 12 แห่งรัชกาลพระเจ้ากรุงธนบุรี ดังข้อความว่า
ฉันท์ 11
เชิญแท้สุเมธา        ทศนาช่วยดำเนียน
แต้มเติมเฉลิมเขียน    บริรักษเจษฎา
ปางแต่งแสดงจุล    ศักราชสหสา
สตะจตุทัศรา        สังวัจฉรเอกปี
กุนศกวาสยุชมาส    สุขบัณณรสี
ทวาทัศรัษตี        สุขบัณณรสี
ทวาทัศรัษตี        นิพนธเสร็จบริบูรณ์

วรรณคดีเรื่องนี้ ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือวชิรญาณ

ผู้แต่ง หลวงสรวิชิต (หน) ซึ่งบอกตอนท้ายของวรรณคดีนี้ว่า
ฉันท์ 11
ศรีศรีสวัสดิเสร็จ        เผด็จฉันท์บริบูรณ์
สังวาสรสพูน        พจนารถสุนทร
เริ่มเรื่องชวารัก        แลพินักธกล่าวกลอน
หวังไว้สถาวร        กระวีชาติธรารมย์
เปรมปรีดีเปรมปราชญ์    พจนารถบันสม
บันสารดำนานคม        สฤษดิรสเป็นเชิงฉันท์
นามเข้าผู้สมญา            สรวิชิตนิพันธ์
พอเหิมหฤหรรษ์            สันตสนุกนิสบสมัย

ลักษณะการแต่ง ใช้ฉันท์และกาพย์

ความมุ่งหมาย เพื่อแสดงออกทางอารมณ์ และแสดงความสามารถในการแต่งฉันท์

เนื้อความ จับตอนตั้งแต่อิเหนาเผาเมืองดาหา แย่งเอาบุษบาไป ไม่ยอมให้อภิเษกกับจรกา พานางไปซ่อนในถํ้าทองที่เตรียมไว้ จรกาออกติดตาม จึงถามอิเหนาและสังเกตว่าอิเหนาลักพาตัวนางไปหรือไม่ อิเหนาแกล้งทำเป็นพิโรธผู้ลักนาง ประกอบกับนึกความฝันของตนเมื่อตอนกลางคืนว่า นกอินทรีจิกตาก็นึกเศร้าใจและหวาดหวั่นจึงประสบร้องไห้ไปกับจรกาด้วยความจริงใจ

ข้อความสำคัญ
อิเหนาปลอบบุษบาในถํ้า
ฉันท์ 14
อ้าแม่อย่าโศกแลนะสะอื้น        อุระพี่นี้จะเพียงพัง
แหนงใดก็จวนกิจประทัง        ทุกข์ให้บรรเทาความ
แม้เจ้าจะนิ่วนิวรณโศก        บ่มิพร้องคะดีงาม
เรียมฤาจะพาอรนงราม        จรกรุงอย่าสงกา
………………………….            ………………………….
แม้จักนิวัตวรนิเวศน์            ทิศนี้ ณ รัฐยา
ตัวพี่ก็จักจรทุรา                อรัญเวศจวบวาย
อ้าแม่อย่าแหน่งมนัพี่            ว่าจะมือหมันหยาหมาย
ใจเรียมบสูญสัจจมลาย        ชีวม้วยวนาดอน

พี่เลี้ยงเกลี้ยกล่อมบุษบาให้ผ่อนปรนอิเหนา
ฉันท์ 16 (กาพย์ฉบัง 16)
ผ่อนถนอมสุริยวงศ์ไว้ดี        แม่จักเป็นศรี
พิภพด้าวแดนดิน
ระตูฤคู่ยุพิน                ดุจอสุรินทร์
แลจู่มาจับจันทร
ยิ้มหยอกดุจปิศาจหลอน        รูปร้ายนิกร
จะเปรียบประยูรไกลกัน
ดุจหิ่งห้อยฤาเทียมจันทร์        ตูข้าแต้ศัลย์
ทั้งสี่ฤาสุขไป่มี
ซึ่งพ้นระตูตูปรี                ดาดังสีขรี
อันหับอุระยาขยาย

บทสังวาส
สุรางคนางค์ 28
สองสมสมพาส  สุดสุดสังวาส  จบบทบทละบอง
บังวายวายทุกข์  สุขไขไขคลอง สวาทรุมรุมสอง  เปรมปรีดิ์ปรีดา
แช่มชื่นชื่นชีวี  รู้รสรสดี  เสน่หเสห่หา
ใหลหลงหลงกาม  กลหรรหรรษา  หัสลืมลืมธา  นีราชราชสถาน
ลืมสมสมบัติ  ลืมสองสองกษัตริย์  ลืมสุขสุขสานติ์
เริ่มแรกแรกรัก  ประจักษจักปาน  เสวยทิพย์พิมาน  รังสฤษดิรังสี

ชมธรรมชาติ
ฉันท์ 11
ชลใสแลไหลเชี่ยว        ชำระเลี้ยวกระทั่งผา
โดดโดนกระโจนมา        กระทบทุ่มวิมลฟอง
ชมชลเลยลหมู่        มัศยาคณานอง
ว่ายแวบแฉลบปอง    ผลพฤกษะหลั่นลง
คล้ายคล้ายพระพรายเกล็ด        ระยับสีหิรัญยง
ทเหลืองเลื่อมสุวรรณผจง        รุจิเรขหลากหลาย

คุณค่า
1. วรรณคดีเรื่องอิเหนาคำฉันท์ แสดงให้เห็นถึงธรรมเนียมนิยม และความคิดเชิงเปรียบเทียบแบบเก่า ได้อย่างสมบูรณ์ จะเห็นได้จากตอนจรกาครวญถึงบุษบา โดยกล่าวชมความงามแทบทุกส่วนของร่างกาย เปรียบเทียบกับสิ่งต่างๆ ตั้งแต่หน้า คิ้ว ผม หู แก้ม ปาก ฯลฯ
2. ให้ความรู้ทางฉันทลักษณ์และคำศัพท์อย่างถูกตามลักษณะบังคับ และถูกต้องตามเนื้อความ เช่น กลบทที่เป็นฉันท์ ตัวอย่างจากข้อความหลายตอน ได้แก่

บทรักระหว่างอิเหนากับบุษบา

ฉันท์ 14
อ้าแม่อย่าหวังแก่ชนกา        ชนนี ณ. กรุงไกร
อ้าแม่อย่าหวังแก่นุชใน        นคเรศเรือนทอง
อ้าแม่อย่าหวังแก่มะดีหวี        บริพารทั้งผอง
อ้าแม่อย่าหวังสมบัตินอง        แลนิเวศนมนเทียร
อ้าแม่อย่าหวังสุขแต่หลัง        และเป็นสุขพาเหียร
อ้าแม่แต่นี้สุขจะเนียน            ทุกข์แท้ทิวาการ
…………………………            ………………………
ขวัญแม่อย่าหลงจรในบรร        พตห้องพระนิพพานต์
ขวัญแม่อย่าหลงจรในธาร        ชรทึงชรทางเทา
ขวัญแม่อย่าหลงจรในโป่ง        แลในป่าทุกลำเนา
ขวัญแม่อย่าหลงจรในเหล่า        ละแวกห้องคูหาหงส์
ขวัญแม่อย่าหลงจรในหมู่        กิรินีอำนวยพงศ์
ขวัญแม่อย่าชมมฤคผล        คณะผองอันตฤบเกลียว
ขวัญแม่อย่าชมหมันตกา        สรกาจกำเหลาะเฉลียง
ขวัญแม่อย่าชมพยักฆเยี่ยง        ผายผยองระเห็จหาญ

กลบทลักษณะนี้ มีลักษณะกระทู้ซํ้าต้นวรรค เทียบได้กับกลบทชื่อ “กลบททศประวัติ” บทครํ่าครวญของจรกา หลวงสรวิชิต (หน) ซํ้าคำว่า “อ้า แม่” ทุกบท
ฉันท์ 19
อ้าแม่ปานฉะนี้สุดาจะสุขฤโศก  โอ้เรียมลำโอฆอาตม์  รทม
อ้าแม่เคยสุขเสวยสวัสดิบูรีรมย  ปรางค์มาศมณีลม  บพาน
อ้าแม่เคยเสวยสุริยางคสุรางค์ศฤงคาร  จำเรียงผสานเสียง  ระงม
อ้าแม่ปานฉะนี้สิริวิมลละฉม  วิรุณรวิลม  พะพักตร์
อ้าแม่เคยนิทรแท่นมณีทิพยตระศักดิ์  ปางนี้จะนิทรลักษณ์  ประดาษ

กลบทลักษณะนี้ เทียบได้กับบังคับซ้ำคำอย่างกระทู้ชื่อ “กลบทบัวบานกลับขยาย” จึงนับได้ว่า หลวงสรวิชิต (หน) มีความสามารถอย่างยิ่งผู้หนึ่งในทางฉันทลักษณ์ เพราะสามารถแทรกลักษณะของกลบทไว้ได้อย่างชัดเจนมาก ซึ่งมิใช่แทรกเฉพาะที่เป็นฉันท์ ในกาพย์ก็แทรกไว้ เช่น บทสังวาสที่กล่าวข้างต้น

ที่่มา:สุภา  ฟักข้อง

บทกลอนน่าสนใจอื่น ๆ: