เพลงยาวเฉลิมพระเกียรติของคุณพุ่ม

ประวัติ  สันนิษฐานว่าคุณพุ่มได้แต่งในปีที่รัชกาลที่ 4 สวรรคต (สวรรคตในวันพฤหัสขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ปีมะโรง สัมฤทธิ์ศก)

คุณพุ่มพรรณนาโดยละเอียดว่า ก่อนสวรรคตมีผู้เห็นท้องฟ้าวิปริต แดงเป็นสายเลือด มีควันตระหลบที่พระราชวัง ดังคำกลอนว่า

ด้วยเทพไทในโลกเธอโศกศัลย์    ทั้งเบื้องบรรพบุญฤทธิ์อดิศร
อุกาบาตรหยาดฟ้านภาพร        ตกจันทรโอภาสพระราชวัง
ประธุมเกตุเกิดครันควันตระหลบ    เมื่อจวนพลบโพล้เพล้คะเนหวัง
……………………………..        ……………………………..

เมื่อเป็นเหตุการณ์สดๆ ร้อนๆ ใครได้อ่านก็ย่อมระลึกนึกได้และอาลัยในพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่ง

ลักษณะการแต่ง  เป็นกลอนเพลง

ความมุ่งหมาย
1. แต่งเรื่องนี้เพื่อขายก็ขายได้ดี และรัชกาลที่ 5 ก็ทรงพระเมตตา ทูลเกล้าฯ ถวายในปี พ.ศ.2411 จึงได้มีโอกาสเข้าไปรับราชการอยู่กับสมเด็จกรมพระยาสุดารัตน์ราชประยูร เป็นผู้บอกบทสักวา

2. เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระมหากษัตริย์ ซึ่งทรงพระมหากรุณาธิคุณแก่ผู้แต่งเอง และแก่ท่านบิดาของผู้แต่ง ซึ่งเข้าใจว่า คือรัชกาลที่ 3 และรัชกาลที่ 4

เนื้อความ
ตอนที่ 1  ก่อนเหตุการณ์ที่พระจอมเกล้าฯ (รัชกาลที่ 4) จะสวรรคต ว่ามีลางต่างๆ พระจันทร์มัวหมอง ดาวหางขึ้นทางทิศตะวันออก เมฆเป็นสายเลือด ลูกอุกาบาตรตกในพระบรมมหาราชวัง เกิดควันตระหลบเป็นอุบาท์ประธุมเกตุ แลองค์พระจอมเกล้าฯ ทรงสมาทานศีล ยึดมั่นในธรรมะ ทรงทราบในพระทัยว่า สังขารขันธ์ เป็นอนัตตา จึงเสด็จสวรรคต

ตอนที่ 2 สดุดีพระนั่งเกล้าฯ (รัชกาลที่ 3) เล่าว่าคุณพุ่มเคยเป็นพนักงานพระแสง ท่านบิดาของคุณพุ่มรับราชการหน้าที่คลัง ต่อมาพระนั่งเกล้าฯ ทรงสถาปนาอาราม 65 แห่ง และถวายไทยทานแก่พระภิกษุ 4017 รูป มูลค่ารูปละ 20 บาท สิ้นราชทรัพย์ 80,340 บาท

ตอนที่ 3 เล่าประวัติคุณพุ่ม ปนไปกับบทสดุดีพระจอมเกล้าฯ ที่ทรงศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทรงทำนุบำรุงต่างๆ ตอนจบเล่าถึงขายหนังสือแก่รัชกาลที่ 5 ว่า
…………………………….            ……………………………..
หนังสือฉันนั้นขายถวายไว้            รับสั่งให้วางบนแท่นทองแว่นฟ้า
ด้วยพระเจ้าชีวิตสถิตเกศ            องค์อมเรศเป็นราชโอรสา
ท่านทรงอ่านสารสะอื้นชื่นอัชฌา        ตีราคาหนังสือถึงชั่งหนึ่งเอย

ข้อความสำคัญ
ตอนรำพันถึงพระจอมเกล้าฯ สวรรคต

ทิ้งสนมพระบรมโอรส            ให้กำสรดโศกสร้อยละห้อยหา
สละหมดทวยทศโยธา            ละฎีกาหมายประกาศราษฎร
หนีขุนนางร้างนิราศพระศาสนา    เคยเปรมปราด้วยพระเดชมเหศร
ทิ้งคุณจอมหม่อมเถ้าแก่แม่ละคร    ให้อาวรณ์ถึงพระเดชเทวษทวี
เคยร่มเกล้าเช้าค่ำประจำเกศ    ดังสุริเยศส่องสัตว์จำรัสศรี
มาหายห่างร้างฟ้าสุธาตรี        ทำพระปรีดาขันธ์วันนิพพาน

ตอนสดุดีพระนั่งเกล้าฯ
ข้าพเจ้าเล่าเป็นข้าฝ่าพระบาท    ธรรมิกราชบพิตรอดิศร
คือพระนั่งเกล้ากษัตริย์ฉัตรนคร    โปรดบิดาฤาดังทั้งแผ่นดิน
ทรงเลี้ยงเราเข้าระยะที่พระแสง    ต้องจัดแจงจดพระเดชเทวษถวิล
เอากตัญญูปัญญาทาแผ่นดิน        ช่วยเพิ่มภิญโญพระบารมี
สมุดแทนแผ่นเพชรเจ็ดกะหรัด        ประจงจัดจดกลอนอักษรศรี
สมเด็จพระนั่งเกล้ากษัตริย์ปัถพี        ได้เป็นที่โสมนัสมัสการ
ด้วยพระองค์ทรงเลี้ยงไว้เพียงบุตร        เป็นสุขสุดสมบัติพัสฐาน
ถึงพลั้งผิดปลิดโปรดโทษประทาน        เหตุด้วยการสุจริตของบิดา

ตอนสดุดีพระจอมเกล้าฯ
ด้วยเล่มนี้มีนายสยามเมศร์            มงกุฎเกศไตรจักรนั้นหนักหนา
ควรที่จักสักการบูชา                เป็นมหายศยิ่งมิ่งมงคล
เหมือนสวดพระบาลีอิสีคิลิต            ปัจเจกพิธพุทธรัตน์พิพัฒน์ผล
เอาบาตรตั้งนั่งแท่นแทนน้ำมนต์        อ่านนิพนธ์แข็งคอเหมือนภาวนา
คิดถึงคุณทูลกระหม่อมจอมจังหวัด    ที่ฉันจัดจดเจียนเขียนเลขา
โดยเฉินฉุกทุกข์ภัยสิ่งไรมา            อาจจะสามารถหมายให้หายไป
…………………………………            …………………………………..
อันหนังสือถือมั่นแม้หมั่นเขียน        อธิษฐานทุกร้อนคงผ่อนผัน
แม้ไม่มีกษัตริย์ก็ขาดกัน            ที่ไหนนั่นเราจะได้ทำไร่นา

ตอนพูดถึงการเขียนหนังสือ
ด้วยฝรั่งอังกฤษชนิดนอก            เขามักออกหนังสือถืออักษร
ถ้าการดีผู้ใดในนคร                ที่ถาวรเกียรติยศเขาจัดไว้
ข้าพเจ้าเล่าเป็นผู้รู้ดำริ                มีคติแต่งกลอนอักษรได้
เกณฑ์หนังสือลือเลื่องทั้งเมืองไทย        อาศัยในธรณินทร์นรินทร

ตอนพูดถึงการขายบทกลอน
ล่วงแผ่นดินปิ่นเกศจอมมงกุฎ        กลับจนรุดเกินริบที่ฉิบหาย
เหลือแต่กลอนกลับชีวิตอยู่ติดกาย    จึงพากเพียรเขียนขายถวายปัญญา
คนที่ผู้รู้พระเดชเกศกระหม่อม        เขาก็ยอมนับถือมักซื้อหา
เอาอ่านเอิ้นเชิญชูขึ้นบูชา            เดี๋ยวนี้ก็มาขอลอกฉันออกเต็ม
แต่ปัญญาหาไม่ง่ายเหมือนขายของ    ใช้ข้าวพองร้องแรกเที่ยวแลกเข็ม
เรียนต่อครูรู้หลักตวงตักเต็ม            ต้องเก็บเล็มเลือกตัดอธิบาย

คุณค่า
เพลงยาวเฉลิมพระเกียรติของคุณพุ่มนี้ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงพระวิจารณ์ว่า “ในทางกลอน นับว่าดี แต่ในทางภาษาถ้อยคำมักใช้เป็นกลอนตลาด ฤๅที่พระจุลจอมเกล้าฯ ทรงเรียกว่า “อย่างซึมซาบ” แต่เมื่อพิจารณาดูทั้งเรื่องแล้วต้องนับว่าเป็นหนังสือแต่งดี”

ตัวอย่างกลอนที่แต่งดีมีหลายแห่ง ดังที่ยกตัวอย่างข้างต้น วรรณคดีเรื่องนี้ บางตอนมีถ้อยคำหนักๆ ที่บรรทุกลงไปอย่างที่แสดงว่าเป็นผู้ศึกษามากรู้ถ้อยคำมาก จึงทำให้ไม่สู้สละสลวยเหมือนกระบวนของสุนทรภู่นัก

ที่มา:สุภา  ฟักข้อง

บทกลอนน่าสนใจอื่น ๆ: