เพลงยาวรบพม่าที่ท่าดินแดง

เพลงยาวรบพม่าที่ท่าดินแดง
ประวัติ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ทรงพระราชนิพนธ์เมื่อเสด็จกรีฑาทัพไปตีพม่าที่ท่าดินแดง ปลายนํ้าไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรีเมื่อ พ.ศ. 2329 โดยเสด็จไปกับพระอนุชาธิราช โปรดเกล้าฯ ให้กรมพระราชวังบวรฯ กับเจ้าพระยารัตนพิพิธ เป็นกองหน้า ภายหลังทัพหลวงได้ยาตราโดยทางบกตามกองหน้าไปถึงท่าขนุน ครั้นวันพุธเดือน 4 ขึ้น 5 คํ่า ปีมะเมีย พ.ศ. 2329 ไทยเข้าโจมตีพม่าพร้อมๆ กันทุกค่าย รบกัน 3 วัน พม่าก็แตก ไทยได้รับชัยชนะครั้งใหญ่หลวงที่ท่าดินแดงนี้

ผู้แต่ง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า

ลักษณะการแต่ง กลอนเพลงยาว

ความมุ่งหมาย เพื่อบรรเทาความเหนื่อยหน่ายขณะเดินทางจึงแต่งบทประพันธ์นี้ขึ้น

เนื้อความ พรรณนาถึงนาง พรรณนาตำบลที่ผ่านล่องเรือไปตามคลองด่านมหาไชย ผ่านเมืองสมุทรสาครจนถึงราชบุรีถึงไทรโยค แล่นเรือลำบากเพราะมีแก่งมากจัดทัพที่ด่านขนุน เข้าตีข้าศึกเมื่อได้ชัยชนะก็ เดินทางกลับเมือง

ข้อความสำคัญ
ชมธรรมชาติ
เสนาะเสียงจักกระจั่นสนั่นไพร        แม่ม่ายลองไนในป่าระหง
เรไรร้องหริ่งหริ่งอยู่ริพง            ส่งเสียงดังสำเนียงอนงค์นวล
คิดคล้ายละม้ายเหมือนดนตรี        จำเรียงรี่เรื่อยโรยโหยหวน
ยิ่งซับซาบอาบชื่นอารมณ์ชวน        กำศรวลว้าเหว่ทุเรโรย

พรรณนาความรักที่มีต่อนาง (พรรณนาทิ้งท้ายตอนจบ)
จิตเจ็บจะขาดด้วยนิราศรส        จะอดไว้ก็สุดอาลัยถวิล
อันบำราบรบราชไพริน            ถึงจะไร้ศรศิลป์ที่ชิงชัย
ก็พอจะพยายามตามตี        เอาชนะไพรีให้จงได้
แต่สู้สงครามรักนี้หนักใจ        ด้วยไร้ศรรสสวาทจะราวี
อันแสนศึกทั้งหลายก็พ่ายแพ้    ยากแต่จะรบรักให้หน่ายหนี
ที่ลำบากแต่หลังในครั้งนี้        สุดที่จะปรับทุกข์กับผู้ใด
อันฝูงสุรางค์นางทั้งหลาย        ยังคอยอยู่สุขสบายหรือไฉน
ฤาในจิตคิดอ่านประการใด        อย่าอำไวจงแจ้งแต่จริงเอยฯ

คุณค่า
1. เพลงยาวรบพม่าที่ท่าดินแดง นับว่าเป็นกลอนนิราศเรื่องแรกในสมัยรัตนโกสินทร์ พระพุทธยอดฟ้าฯ ถ่ายทอดความคิดคำนึงออกมาเป็นตัวอักษรอย่างงดงาม ที่แปลกและเป็นแนวความคิดใหม่ของกวีคือ กวีอื่นๆ แต่งนิราศโดยมากรำพันผู้ที่ตนรักแต่ผู้เดียว แต่ในนิราศเรื่องนี้พระองค์มิได้กล่าวถึงคนใดคนหนึ่ง หากแต่กล่าวรวมกันทั้งหมดว่า
“ทุกอนงค์ทรงลักษณ์อันสมุทร
สถาวรพูนสวาสดิ์ สวัสดี”

2. วรรณคดีเรื่องนี้ ใช้ถ้อยคำสำนวนสั้นๆ เข้าใจง่าย ยิ่งตอนที่แสดงถึงความกล้าหาญก็ทรงใช้คำพูดได้เด็ดขาด หรือความเปรียบเทียบพรรณนาความรักก็คมคาย จนกวีรุ่นหลังนำไปแต่งตามแนวความคิดของพระองค์ ได้แก่
รัชกาลที่ 1
(พระพุทธยอดฟ้าฯ)
เห็นดาวดึกนึกหวนรัญจวนหา         ในอุราเพียงทับด้วยเขาหลวง
อันหาบหามที่เขาตามมาทั้งปวง        ไม่หนักทรวงเหมือนพี่หนักอาลัยไกล
เขาหนักหาบถึงที่ก็ได้พัก            พี่หนักรักนี้ไม่ปลงเอาลงได้
มีแต่คอนข้อนทุกข์ทุกวันไป            จะเป็นใจฤาที่ใจการุญกัน

สมเด็จพระมหาสมณะเจ้ากรมพระปรมานุชิตชิโนรส ทรงยึดเป็นแบบในการนิพนธ์ “ตะเลงพ่าย” ว่า
หน่ายเชยหนักอกช้ำ        กำทรวง
ถนัดดั่งภูผาหลวง        ทุ่มแท้
หนักหาบที่พลปวง        ปลงพัก ได้นา
หนักเสน่ห์นึกแก้            เกี่ยงให้เบาไฉน

ที่มา:สุภา  ฟักข้อง

บทกลอนน่าสนใจอื่น ๆ: