โคลงจินดามณี

ประวัติ โคลงจินดามณี ผู้แต่งเขียนขึ้นเมื่อ พ.ศ.2392 ซึ่งเป็นปีระกา เอกศก แต่ในโคลงจินดามณีบอกวันเดือนปีไว้ว่า
จวบจุลศักราชถ้วน        ฟันอุไภย ร้อยฤา
อีกเจ็ดระกาศกไสมย        ลุแล้ว
วิสามาศดฤถีไตร            กาฬปักษ์ ปางพ่อ
วารพุฒมกุฎกรุงแก้ว        โอษฐเอื้อนโองการ

ตอนลงท้ายทรงย้ำบอกเวลานิพนธ์เสร็จอีกว่า
พันสองร้อยเจ็ดอ้าง        จุลศัก-ราชเอย
ระกาขวบเอกศกนัก-        ษัตรแคล้ว
เดือนอ้ายฝ่ายสุกรปักษ์    ศุกร์ค่ำ หนึ่งนา
สฤษดิลักษณ์อักษรแล้ว    เล่มสร้างสืบสอง

ตามโคลงพันสองร้อยเอ็ด หรือพันอุไภยร้อยอีกเอ็ด ก็คือปี พ.ศ. 2382 ซึ่งตกปีกุน พระชนม์เพียง 31 พรรษาเท่านั้น ดูไม่สมกับข้อความที่กล่าวไว้ในหนังสือว่าด้วยมูลเหตุอันทำให้ต้องทรงนิพนธ์หนังสือเล่มนี้

ผู้แต่ง กรมหลวงวงษาธิราชสนิท

ลักษณะการแต่ง เป็นโคลงสี่สุภาพนำ 33 บท กาพย์สุรางคนางค์ 5 บท แล้วเอาคำในกาพย์สุรางคนางค์มาทำเป็นโคลงกระทู้รวม 35 บท สุดท้ายเป็นโคลงสี่สุภาพ 6 บท

ความมุ่งหมาย เพื่อให้เป็นบทเรียนเฉพาะทางการร้อยกรองโคลง และเพื่อเป็นการสอนจริยาวัตร อันควรแก่พระราชโอรสทุกองค์ไปในเวลาเดียวกัน

โคลงจินดามณี เป็นบทเรียนสอนให้รู้จักปฏิบัติตน ถ้าผู้ใดทำได้โดยสมบูรณ์ก็เท่ากับมี “แก้วจินดาของพระมหาจักรพรรดิ์” อยู่ในมือ

โคลงจินดามณี ยังเพื่อให้เป็นเครื่องเฉลิมพระเกียรติกษัตริย์ ดังโคลงที่ว่า
ปวงเป็นประโยชน์ทั่วพื้น    ปถพี ดลเอย
เฉลิมพระเกียรติกษัตรี        เกริ่นหล้า
ปราชญ์สดับใดบดี        เชิญตก เติมแฮ
คงอยู่คู่ดินฟ้า            อย่ารู้เสื่อมไขษย

เนื้อความ ขึ้นต้นยอเกียรติกษัตริย์ ชมกรุงรัตนโกสินทร์ ปราสาทราชวังที่งดงามสง่าราวกับทิพยวิมาน จึงกล่าวถึงพระราชปรารภของรัชกาลที่ 3 ว่า ใคร่จะให้พระราชโอรสมีความรู้ทางภาษาไทยให้แตกฉาน สามารถแต่งกาพย์กลอนได้จนบทสุดท้ายบอกชื่อผู้แต่ง แต่กรมหลวงวงษาธิราชสนิท แปลกกว่าของผู้อื่นที่ทรงบอกนามพระอาจารย์ลงไปด้วยว่า
ตนตูผู้ศิษย์แจ้ง        เจนอรรถ
กรมนุชิตชิโนรสวัจ    นาดถ์ชี้
ฉบับแบบแนบบลชัด    เชลงหลาก หลายฤา
ทั่วถ่องลบองกลกี้    รอบรู้ครูกลอน

ข้อความสำคัญ
ชมเมือง
ปราสาทสูงเทริดฟ้า        ฟูโพยม
จรูญรัตน์จำรัสโสม        สุกแพร้ว
พ่างไพชยนต์ประโลม        จิตรโลกย์ เล็งเฮย
สิงหาศน์มาศกอบแก้ว        ก่องหล้าหลากสวรรค์

พรรณนาความมั่งคั่ง
สมบูรณ์สมบัติอ้าง        ไอศวรรย์ อินทร์เอย
ร้อยโอษฐฤารำพรรณ        พร่ำถ้วน
สิบสองพระคลังอนันต์        อเนกราช ทรัพย์แฮ
สิบสิ่งศฤงคารล้วน        เลิศพื้นแผ่นภู

ขอพร
ขอพรกมเลศเจ้า            จอมพรหม
ให้พระหน่อขัติยนิยม        อย่าลี้
พากเพียรเล่าเรียนสม        ดังพระ ประสงค์
วางพระทัยใช่ชี้            ชอบด้วยโดยกระแส

ขอพรไกลาศท้าว            ทรงตรี ศูลเอย
ผดุงดัดดวงดรุณี            หน่อไท้
กตัญญกตเวที            ไทธิราช ราพ่อ
จงประพฤติพระทัยให้        เที่ยงแท้ทางธรรม

ตัวอย่างโคลงกระทู้
เร่ง เรียนเร่งรอบรู้        กฎหมาย
ตริ ตรึกสุภาษิตหลาย        ฉบับพร้อง
ตรอง ประดิษฐ์พระร่วงภิปราย    เปรยเปรียบ สอนนา
คำ บุตรอินทร์สอนน้อง        นึกไว้อย่าเผลอ

อย่า นิยมยศซ้อง            สรรเสริญ
ประจบ ท่านเทียวเที่ยวเดิน    ดั่งบ้า
อย่า เสือกอย่าสูงเกิน        สุดกู่
ประแจง ประจบเหลือหน้า    เลือกน้ำใจตรง

อย่าฉ้อหลวง ล่วงล้วง        ลักบัง
ให้ขาด ราชทรัพย์คลัง        ท่านไท้
อย่าฉ้อราช ราษฎร์หวัง    ประโยชน์ ตนแฮ
ให้ขุ่น ข้นจนได้            ยากแค้นขายตัว

คุณค่า
1. กวีและนักเลงกลอนถือกันว่า โคลงจินดามณีของกรมหลวงวงษาธิราชสนิท ดี ควรยกย่องเสมอด้วยวรรณคดีเรื่องอื่นๆ เพราะใช้คำแต่งประณีต ทั้งความหมายเด่นชัด ได้ทั้งเสียงสัมผัสอันไพเราะและเก็บความได้มาก
2. ให้ความรู้อื่นๆ นอกเหนือจากคติธรรมคำสอน เช่นเรื่องการสร้างพระพุทธรูป ถวายพระนามว่า พระพุทธยอดฟ้าฯ และพระพุทธเลิศหล้าฯ เรื่องสิบสองท้องพระคลังที่นับวันจะมีคนรู้จักน้อยเต็มที
3. เป็นบทเรียนภาษาไทยของพระเจ้าลูกยาเธอในรัชกาลที่ 3 ตลอดมา คู่กับจินดามณีแบบสอนอ่านของพระโหราธิบดีและกวีทั้งหลาย ยังยกย่องไว้ว่า “เป็นแบบเรียนที่มีคุณค่าทางวรรณคดีอยู่ไม่น้อย ควรถือเอา เป็นแบบอย่างการประพันธ์โคลงสี่สุภาพและโคลงกระทู้ได้”

ที่มา:สุภา  ฟักข้อง

บทกลอนน่าสนใจอื่น ๆ: