โคลงดั้นนิราศตามเสด็จลำนํ้าน้อย

ประวัติ โคลงดั้นนิราศตามเสด็จลำนํ้าน้อย ดำเนินลีลาตามกำสรวลศรีปราชญ์และทวาทศมาส ถึงแม้จะเป็นไปไม่สนิทแนบเนียนนัก ก็ยังทำให้คนสงสัยว่าเรื่องนี้ แต่งในสมัยอยุธยา ศรีปราชญ์เป็นผู้แต่ง แต่เมื่อพิจารณาดูตามของสันนิษฐานของนายตำรา ณ.เมืองใต้ จะเห็นว่าเป็นไปไม่ได้ โคลงที่ 33 มีเอ่ยชื่อคลองมหาขัยว่า

หามขวยแขยงขยาดหลั้ง        ลืมหลง
คลองมหาชัยสนาม            ลิ่วลิ้ว
ตลิ่งตลอดตรง                ตรูแน่ว
จิตรพี่ตรงดิ้วด้วย            ดั่งผลู

ชื่อคลองมหาชัยเพิ่งมีเมื่อแผ่นดินขุนหลวงท้ายสระ โคลงนิราศนี้ต้องไม่เก่าเกินนี้ นับแต่สมัยพระเจ้าท้ายสระ ไทยเราทำสงครามกับพม่าทางเมืองไทรโยคก็มีเพียงครั้งเดียวที่เหตุการณ์เข้ากับเรื่องนี้ได้ คือใน พ.ศ. 2330 รัชกาลที่ 1 เสด็จยาตราทัพจากกรุงเทพฯ โดยกระบวนเรือไปทางลำนํ้าไทรโยค (ลำนํ้าน้อย) ขึ้นบกที่ตะกั่วป่า เดินทางตามหว่างเขาสูงในทิวเขาบรรทัด ตรงเข้าตีเมืองทวาย ตามโคลงบทที่ 34 บ่งไว้ว่า “เสร็จเศิกล่ม แคล้วได้ แดนเวียง ทะเล นา” (ทะเลคือเมืองทะวาย)

ผู้แต่ง พระยาตรังตามโคลงที่ว่า
มาจ๊ามาเท้อญมิ่ง        ไมตรี ตรังเอย
ถนำธึกอรบังหวน        แห่งห้า
ช่วยชุบฤดีที            ทันเทวษ ราเจ้า
แม้แม่มาช้าชู้            ชวดเห็น

กำสรวลสาคเรศสร้อย        สารศรี ปราชญ์แฮ
เจียรนุชนุชจรไกล        เกลือกชู้
จุรบารมิ่งสวัสดี            เดียวแน่ว อ่อนเอย
ตรังกระสันสู้เศร้า        สุดตรอม

และอีกบทหนึ่งก็เกี่ยวพันกับเรื่องส่วนตัวของพระยาตรัง
กรุงศรีธรรมราชหม้าย        เมธี พ่อฮา
แสงอโยธยาบู            คู่พร้อง
เฉลิมบาทนฤบดี            โดยเสด็จ เศิกแฮ
นิราศเรื่องพ้องหน้า        ณรงค์

ลักษณะการแต่ง ร่ายดั้น 3 บท โคลงดั้นบาทกุญชร และโคลงดั้นวิวิธมาลี 197 บท นับจริงมีเพียง 187 บทเท่านั้น มีโคลงสี่สุภาพตอนท้าย 2 บท บทต้นเป็นกระทู้ บทหลังเป็นปริศนา ซึ่งยังตีความไม่แตก จนทุกวันนี้ ได้แก่
ฤารถ รฦกบทตั้ง        เทวษถวิล ถนัดแฮ
ฤารถ เรือมาสินธุ์    ลุแล้ว
ฤารถ จากมาพินทุ์    ดลเสน่ห์ สวาทเอย
ฤารถ เยียมาแก้ว    เฉกช้ำดับถึง

ถึง 3 เทวษโอ้        3 ดล 1 เอย
ดูร 4 ได้ 2 ผล        สวาท 5
เสน่ห์ 8 คิด 4 กล    2 ถนัด ถวิล 1
รัก รฦก 43 อ้า        ลุนั้นมี 2พ่อฮา

ความมุ่งหมาย เพื่อแสดงความอาลัยในหญิงที่รัก

เนื้อความ เริ่มต้นชมพระนคร ยอเกียรติกษัตริย์ โดยขึ้นต้นร่าย 1 บาท ตามด้วยโคลงดั้นหลายบท แล้วกล่าวถึงการเดินทางโดยเสด็จในกองทัพ ผ่านคลองบางหลวง คลองสุนัขหอน แม่กลองสมุทรสงคราม ราชบุรี ไทรโยค เข้าแม่น้ำน้อยแล้วขึ้นบก ผ่านป่าเขา บทบรรยายการเดินทางก็ครวญถึงนางตามวิธีของนิราศ ตอนท้ายเป็นโคลง 6 บท บอกเรื่องการแต่ง

ข้อความสำคัญ
ชมเมือง
อยุธยายศยิ่งไท้        ท้งงสาม ภพฤา
องคอิดิศรสาม        สุขหล้า
บูชาศาสนาราม        เรืองท-วีปเออย
บุญพระตวงฟ้าค้า    คำสวรรค์

ชมปลา
กริมกรายกากดสร้อย         ซิวเสือ
เบือนปู่ปูปนเพียน        พาบน้ำ
สลิดสลาดหลดไหลเขือ    คะโฮ่
ดุกชะโดแก้มช้ำ            ช่อนหมอ

การเล่นคำ
ชักชายชูเชิดช้อน            เชยชม
หลายคู่หลายคราวปอง    ไป่แล้ว
หึงหายระหวยสม        ไสยาสน์
ยากพบดิ้นด้าวแคล้ว        คลาดศรี

พรรณนาก่อให้เกิดภาพพจน์
เวียนคอยวาริศตั้ง        ตาคอย แม่ฮา
ริ้นเร่งยุงรำบาญ            บอบช้ำ
ตบตีบ่ราถอย            ทังเที่ยง คืนเอย
ปวดข่วนปากริ้นล้ำ        เล็บศรี

คเชนทร์จักรพรรดิครั้น        ครวญมัน
สารส้ำงางอนแหงน        เงือดฟ้า
………………………..        …………………….
เปรียบเทียบความได้เด่น
แม่กลองกลองแห่ก้อง        กินเสียง เสียฤา
พลโห่โหมเภรี            เร่งส้าว
อกเรืออกเรียมเพียง        พังคราก
ร้อนรักเคืองแค้นท้าว        ทุ่มทรวง

ลามลวนโลกสิ่งเหล้น        หลากหลาย เล่ห์แฮ
คือคชินทร์ฤาไป            ปิดป้อง
คะนึงพังคลั่งคลำพลอย    เพลงพาด
ไขว่คว้าคว้าหญ้าต้อง        ตำแย

รำพันสวาท
ไกลกลอยใจอยู่ด้าว        ดงหนาม
ใครเขื่องใครขานปวง        ไป่รู้
คือขวานสุเนราม            รอนผ่า สินธุ์เอย
สุดสำคัญบี้บู้            บาดแผล

สงวนองค์เหมเรศไท้        ธาดา ท่านฤา
ทรงอาสน์ทิพย์เนาสรวง    เสริฐสิ้น
หวั่นพาลพนาจร            โจมจู่ ดักเอย
หงส์ไป่รู้ดิ้นเข้า            ข่ายรึง

กล่าวถึงทวาทศมาส และกำสรวลศรีปราชญ์
อาทิเยาวราชร้าง            แรมสมร
สามพ่อปรีชาเจน        จรดล้ำ
ทุกทวาทศมาสจร        เจ็บเสน่ห ราแม่
ยงงไป่ปานชู้ช้ำ            ชอกใจ

กำสรวลสาคเรศสร้อย        สารศรี ปราชญ์แฮ
จยรนุชนุจรไกล            เกลือกชู้
จารุบารมิ่งสวัสดิ์            เดียวแน่น อ่อยเอย
ตรึงกระสันสู้เศร้า        สุดตรอม

เปรียบเทียบงานของกวีรุ่นก่อนมาวิเคราะห์
เปรียบเทียบ กับ ศรีปราชญ์ แต่งกำสรวลศรีปราชญ์
เปรียบเทียบ กับ พระมหานาค แต่งโคลงนิราศพระบาท
และพระยาตรัง แต่ง โคลงดั้นนิราศตามเสด็จลำน้ำน้อย

ศรีปราชญ์
โฉมแม่จกกฝากฟ้า        เกรงอินทร หยอกนา
อินทรท่านเทอกเอา        สู่ฟ้า
โฉมแม่จะฝากดิน        ดินท่าน แล้วแฮ
ดินท่านขดดเจ้าหล้า        สู่สํสองสํ

พระยาตรัง
โฉมเจ้าพระแหวกฟ้า        ฝากพรหม เมศรฤา
เกรงจะชมฌานเมิน        แม่ไว้
จะฝากอิศวรกรม            ไกลาศ
ไฟราดร้อนหล้าไท้        ทั่วแหนง

ศรีปราชญ์
โฉมแม่ฝากน่านน้ำ        อรรณพ แลฤา
ยยวนาคเชอยชํอก        พี่ไหม้
โฉมแม่รำพึงจบ            ไตรโลกย
โฉมแม่ใครสงวนได้        เท่าเจ้าสงวนเอง

พระยาตรัง
เลียบเล็งโลกธาตุสิ้น        สรรพางค์
เจ็บฝากเจ็บแฝงฝืน        ใฝ่เฝ้า
คิดทั่วทิศานาง            แหนงพี่ วายเลย
โฉมแม่ฝากไว้เจ้า        จึ่งคง

ศรีปราชญ์
สารนี้นุชแนบไว้            ในหมอน
อย่าแม่อย่าควรเอา        อ่านเหล้น
ยามนอนนาฏเอานอน        เป็นเพื่อน
ค่ำคืนฤาได้เว้น            ว่างใด

พระยาตรัง
สารนี้สายสวาทเจ้า        จงสงวน ไหว้แม่
แทนพี่แทนถนอมองค์        แอบพร้อง
ไป่ควรแม่อย่าควร        คำพี่ แพร่งเลย
เช้าค่ำเพื่อนห้องน้อง        ณ ศรี

พระมหานาค
สามเล่มราเมศไท้        สังหรณ์
แม่ก็ทรงสามศร            เปรียบท้าว
ท่านผลาญอนุรมรณ์        ลาญชีพ
เจ้าก็ผลาญชายอกร้าว    มอดม้วยดูเสมอ

พระยาตรัง
โหยหวนทุรเจตเจ้า        จอมสมร เรียมเอย
โดยเสด็จเด็ดโสภิน        พี่แล้ว
อ้าองค์แม่ทรงศร            สามเล่ม
สุดจะยิงแย้งแก้ว            ก่องศรี

คุณค่า
โคลงดั้นนิราศตามเสด็จลำนํ้าน้อย แสดงถึงความนิยมยกย่องกำสรวลศรีปราชญ์ พระยาตรังใช้ท่วงทำนองเลียนแบบไว้มากแห่งและเลียนโคลงนิราศพระบาทของพระมหานาควัดท่าทรายใน ตอนเปรียบนางกับศร 3 เล่ม ของพระราม นอกจากนี้ยังมีท่าทีจะแข่งกับนิราศนรินทร์ อย่างไรก็ตาม นับว่าเป็นโคลงดั้นที่ดีเรื่องหนึ่งในสมัยรัตนโกสินทร์

ข้อน่าคิดจากวรรณคดีเรื่องนี้ คือพระยาตรัง มักใช้ศัพท์ที่เราไม่สามารถจะทราบความหมายได้ และสร้อยในโคลงบางบทประกอบด้วยคำได้ใจความล้วนฟังไม่ไพเราะ ตัวอย่างเช่น
“หายเห็นประเหลนุช        นองเงื่อง งงง่วง”
“นวลนิ้วอรกรีดย้ำ        เยียซอ หลายเล่ห์”
“คิดชัยชำนะสมร        เสมอคู่ แพ้คู่”

ซึ่งกวีทุกยุคทุกสมัยไม่นิยมทำเช่นนี้ ธรรมดาสร้อยแห่งบทประพันธ์จะต้องเป็นคำสร้อยล้วนไม่มีความหมาย หรือไม่ก็มีคำมีความหมายอยู่ต้นคำสร้อยอยู่ต่อท้าย

อย่างไรก็ตาม พระยาตรังก็เป็นกวีผู้ศึกษางานของโบราณกวีอยู่มาก การเขียนโคลงดั้นนิราศตามเสด็จลำนํ้าน้อย อาศัยกำสรวลศรีปราชญ์เป็นแบบครูอยู่มากเช่นเดียวกับนิราศนรินทร์

ที่มา:สุภา  ฟักข้อง

บทกลอนน่าสนใจอื่น ๆ: