โคลงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์

ประวัติ สันนิษฐานว่า พระศรีมโหสถแต่งโคลงนี้ ในขณะมีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงศรีมโหสถ เนื้อหาในโคลงบางบทสอดคล้องกับพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับจันทนุมาศ ว่า

“ศักราช 1020 ปีจอ สัมฤทธิ์ศก (พ.ศ. 2201) เดือนอ้าย ซึ่งสมเด็จพระบรมบพิตรพระเจ้าอยู่หัว เสด็จด้วยพระที่นั่งชลวิมานกาญจนบวร นาวาไปประพาสเมืองนครสวรรค์ ซึ่งพระยาจักรีกราบทูลว่า ขุนศรีขรวาริน ณ เมือง ศรีสวัสดิ์ บอกมาว่า ออกไปฟังข่าว ณ ป่าตำบลห้วยทราย และนายอานชุย คล้องต้องนางช้างเผือก ประมาณ 3 ศอกเศษ หูนางงามสมพรพร้อม และคล้อง ณ วันอังคารเดือนอ้ายแรม 2 คํ่า และรับมาถึงกรุงเทพมหานคร ณ วันศุกร์ เดือนยี่ขึ้น 5 คํ่า และให้แต่งประดับประดา ด้วยการมหรสพทั้งปวงมาด้วย เรือขนานรับขึ้นไว้ ณ โรงใกล้พระราชวัง และทรงพระกรุณาตรัส ประสาทนามกร ชื่อ พระอินทรไอยราวรรณวิสุทธิราชกริณี”

จึงเชื่อได้ว่า ในปี 2201 สมเด็จพระนารายณ์ฯ มีช้างเผือกคู่บารมีหนึ่งเชือก นำมาจากเมือง ศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี

ผู้แต่ง พระศรีมโหสถ

ลักษณะการแต่ง เป็นโคลงสี่สุภาพ 78 บท ใช้ถ้อยคำเรียบๆ ธรรมดาไม่มีศัพท์สูง แต่ไพเราะ

ความมุ่งหมาย เพื่อสดุดีพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์ฯ และเพื่อบันทึกเหตุการณ์ให้ปรากฏแก่ชนรุ่นหลัง

เนื้อความ เริ่มต้นขอพรจากพระเจ้าทั้งสามตามลัทธิพราหมณ์ บรรยายการได้ช้างเผือกจากกาญจนบุรี การได้เมืองเชียงใหม่ และอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มายังอยุธยา หัวเมืองต่างๆ ขอเป็นเมืองออก การสร้างพระราชวังที่ลพบุรี การเสด็จประพาสป่า ชมความงามของธรรมชาติ พิธีคชกรรม จบด้วยการขอพรพระเป็นเจ้าให้คุ้มครองสมเด็จพระนารายณ์ฯ

ข้อความสำคัญ
ตอนได้ช้างพังจากกาญจนบุรี
พระยศปากให้ข่าว        มาถวาย
ได้เผือกพังพรรณราย        ผ่องแผ้ว
ในกาญจนบุรีหมาย        พนเรศ
เมืองมิ่งมีช้างแก้ว        ทั่วไท้คนชม

ตอนอัญเชิญพระพุทธสิงหิงค์มาอยุธยา
รับพระสมโพธิพ้น        สงสาร
พุทธสิหิงค์จอมอารีย์        คลาดคล้อย
ยังพระนครสานติ์        เกษมราษฎร์
เทพนิกรนรช้อย            ชื่นไหว้บูชา

การสร้างพระราชวังที่ลพบุรี
พระยศปางแต่งตั้ง        เวียงสถาน
ลพบุรีโบราณ            ราชนั้น
แถวสกลอัญจลทวาร        วังราช
ป้องเปรียบปราการกั้น        ก่อกั้งสีมา

ตรีมุขสิงหาสน์แก้ว        กรองยสาย
ดุจแว่นแว่นเรืองฉาย        รุ่งเร้า
โรงธารกำนัลถวาย        อภิวาท
งามเงือนนฤมิตรเฝ้า        ยั่วฟ้ามาดิน

การประปาที่พระราชวังลพบุรี
มีสินธุสายสีตซึ้ง            ชลใส
เติมแต่เศขรใน            ซอกชั้น
พุพวยหลั่งลงใหล        เซ็งซ่าน
วางท่อทางดันดั้น        สู่ท้องเวียงวัง

การปูนบำเหน็จให้ข้าราชการ
รางวัลปันโปรดให้        เต็มหน้า
ตามบำนาญการทำ        ชอบไว้
พระคุณคือสัม            พุทธภาค
ใครชอบชูชุบให้            ใหญ่หยิ้งสมบูรณ์

คุณค่า
1. ด้านวรรณคดี เป็นหนังสือที่ใช้ถ้อยคำได้ไพเราะ คำที่บรรจุลงไปมีนํ้าหนัก และมีความสำคัญ
2. ด้านประวัติศาสตร์ นับเป็นสิ่งที่มีคุณค่าแก่อนุชนรุ่นหลัง เพราะถ้าอ่านวรรณคดีเรื่องนี้ก็เท่ากับการศึกษาประวัติศาสตร์สมัยพระนารายณ์ฯ ไปในตัว นับว่าเป็นความฉลาดของผู้แต่งอย่างยิ่ง

ที่มา:สุภา  ฟักข้อง

บทกลอนน่าสนใจอื่น ๆ: